Showing posts with label anime. Show all posts
Showing posts with label anime. Show all posts

Wednesday, November 8, 2017

รายงานการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์คนบ้าอนิเมะ ตอนที่ 3 Happy Party Train - ส่วนที่ 2

Happy Party Train

ทีั่นั่งของผมเป็นที่นั่งชนชั้นสูงที่สูงจนเห็นนักพากย์ตัวเท่ามด รอบ ๆ ที่นั่งของผม ข้างซ้ายมีอเป็นผู้ชายใสชุดขาว ซึ่งไม่ได้เตรียมตัวและไม่ค่อยอินกับบรรยากาศคอนเสริ์ต และ ข้างขวามือ เป็นสาวรูปร่างท้วมที่มากับแฟนหนุ่มที่นั่งถัดไปจากเธอ แต่สิ่งที่ผมแปลกใจคือ มีผู้ชายรุ่นลุงของผมมาดูด้วยซึ่งหน้าจะเป็นพ่อแม่ของเด็กที่มาดูคอนเสริ์ต

พอคอนเสริ์ตเริ่ม ผมก็ได้โบกแท่งไฟพร้อมกับใจที่คลั่งใคล้แล้วส่งเสียง ให้กับตัวละครแต่ละตัว และต่อจากนั้น ก็มีหัวรถจักรไอน้ำแล่นออกมา พร้อมกับนักพากย์ที่สวมชุดใน PV 3 Happy Party Train ซึ่งทำให้ผู้ชมส่งเสียงดังเข้าไปอีก ไม่เว้นแม้แต่ผมที่ส่งเสียงดังมากกว่าเดิม ถึงแม้จะเห็นพวกเธอตัวเท่ามดก็ตาม

เพลง Happy Party Train นั้นเป็นเพลงแรกที่พวกเธอร้อง และตามด้วยเพลง  Pops heart de Odorun damon! ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี หลังจากสองเพลงจบไปแล้ว นักพากย์แต่ละคนก็แนะนำตัวกันตามลำดับ นักพากย์ที่ผมชอบ เห็นจะเป็น Saito Shuka, Furihata Ai, Inami Anju หรือจำง่าย ๆ ก็คือ CyaRon นั่นเอง ผมส่งเสียงตอบรับให้กับนักพากย์ ที่จะตะโกนดังเป็นพิเศษคือ Kan Kan Mikan, Ganbaruby, Yosoro, และ Dia Dia Ho!!! การพูดคุยกับผู้ชมเป็นไปด้วยดี ถึงแม้ผมเองจะฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม จนกระทั่งการแนะนำตัวของ Aida Rikako ซึ่งทำให้ผมใจหายใจคว่ำ เพราะสะดุด เนื่องจากตื่นเต้นมากเกินไป จนทำให้ นักพากย์คนอื่น ๆ ต้องเอาน้ำมาให้ดื่ม

หลังจากแนะนำตัวผ่านพ้นไป พวกเธอก็ได้ร้องเพลงใหม่ ที่ผมยังไม่เคยได้ยินมาก่อน ซึ่งเพลงแต่ละเพลงเป็นการจับคู่ตัวละครที่ ผมเองก็ไม่นึกไม่ฝันมาก่อน เช่น Watanabe You กับ Tsukishima Yoshiko และ Matsuura Kanan กับ Takami Chika และ Kunikida Hanamaru กับ Sakurauchi Riko กับ Ohara Mari และที่ต้องประทับใจหลายคนคือ Kurosawa Dia กับ Kurosawa Ruby ซึ่งเป็นพี่น้องที่น่ารักน่าแกล้ง

เมื่อคอนเสริ์ตดำเนินไปจนหมดช่วงแรก ก็ถึงเวลาพักเบรคของนักพากย์ ส่วนผมเองก็อยากพักเบรคด้วยเช่นกัน จึงโน้มตัวลงนั่งเก้าอี้ พร้อมดื่มน้ำ และ ดูการ์ตูนคั่นรายการ ที่ผมเองไม่มีทางเข้าใจเรื่องราว เพราะพูดแต่ภาษาญี่ปุ่น

หลังจากพักเหนื่อย เสียงเพลงที่ผมชื่นชอบและคุ้นเคยก็เริ่มดังขึ้น คือเพลง Mijuku DREAMER และ Koi Ni Naritai Aquarium  ตามลำดับ และตามด้วยเพลงอีกหลายเพลง ที่แฟนอนิเมะ Love Live มักคุ้นเคยกัน แต่เพลงที่ทำให้ผมสนุกเป็นอย่างมาก คือเพลง Kinmirai Happy End  เพราะเป็นเพลงที่ร้องโดย CyaRon ซึ่งเป็นยูนิตที่ผมชอบนั่นเอง

หลังจากหลายเพลงจบไป ผมจึงได้นั่งพักเบรคพร้อมกับดูการ์ตูนคั่นรายการอีกครั้ง หลังจากพักได้ไม่นานนัก เสียงเพลง Aozora Jumping Heart ก็ได้ปลุกผมให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง และตามด้วยช่วงเวลาที่สำคตัญคือ ช่วงเวลาของการ Encore.
ผมเปล่งเสียง "อังกอลุ" อย่างสุดกำลัง จนการ์ตูนคั่นรายการเริ่มฉายอีกรอบ ซึ่งเป็นเรื่องราวบนรถไฟ ผมและ Liver คนอื่น ๆ ก็ทำตามที่ตัวการ์ตูนบอกให้ทำ แต่ละคนก็เปล่งเสียงดังทั่วกัน จนกระทั่งมีตุ๊กตาแมวน้ำเคลื่อนออกมา  และการเต้นระบำพื้นบ้านญี่ปุ่นก็เริ่มกันทั้งฮอลล์ 

พอมาถึงช่วงท้ายของคอนเสริ์ต เป็นช่วงท้ายที่ทำให้หลายคนเจอสิ่งที่หายคิดถึง นั่นก็คือ ตัวละครรุ่นพี่วงมิวส์ออกมาทักทายผ่าน วีดีโอโปรโมตเกมส์ Love Live! School Idol Festival ALL STARS ทุกคนร่วมกันส่งเสียงร้องตามตัวละครที่ปรากฏ สำหรับผมเองนั้นได้เปล่งเสียงดัง นิโกะ นิโกะ นี้ เป็นพิเศษ และกล่าวขานชื่อ "โฮโนกะ" อย่างไม่สนใจกล่องเสียงตัวเองอีกด้วย ช่วงท้ายนี้ ทุกคนร่วมกันสนุกกับเพลง Taiyou o Oikakero! และ Landing action Yeah!! ตามลำดับ จนกระทั่ง พวกนักพากย์กลับไปยังเวที และออกจากเวที ด้วยหัวรถจักรเดียวกันที่พวกเธอ นั่งมายังเวที

และไม่นาน ฮออล์คอนเสริ์ตก็บอกกล่าวกับผมว่า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางกับเรา บนเพดานฮออล์ จากนั้นผมก็ก้มหัว ให้กับเวที พร้อมกับกล่าวคำว่า "อาริงาโตะ" แล้วเดินออกไป

เสร็จสิ้นการรบ


หลังจากที่ผมเดินพ้นฮออล์มาแล้ว ด้วยบรรยากาศหน้าสถานีรถไฟยังแน่นอยู่ ผมจึงยังอยู่บริเวณหน้าคอนเสริ์ต และเดินชมบรรยากาศรอบ ๆ สถานที่ แต่ละคนที่มานั้นก็ได้ร่วมถ่ายรูปพร้อมแท่งไฟ และโบกแท่งไฟทักทาย กับคนที่เดินทางมาด้วยรถยนต์อย่างสนุกสนาน จากนั้นผมจึงกลับไปยังที่ขายของหน้าคอนพร้อมกับถ่ายรูปช่อดอกไม้ที่ระลึกที่จัดแสดงเรียงราย พอผ่านพ้นได้ครึ่งชั่วโมง ผมจึงรีบไปยังสถานีรถไฟ เพื่อเดินทางกลับที่พักใน Ikebukuro

ระหว่างการโดยสารรถไฟ เพื่อไปยัง Ikebukuro ผมเห็นผู้โดยสารโดยส่วนใหญ่ ยังคงสวมชุดกัปปิ รวมถึงผมด้วย ท่ามกลางความหนาแน่นของผู้คน แต่สิ่งที่ผมประทับใจ คือ เด็กหญิงวัยรุ่นที่ประดับกระเป๋าและเสื้อผ้าต่าง ๆ ด้วยลาย Kurosawa Ruby และเดินพร้อมมากับแฟนหนุ่ม ที่เป็น Liver ด้วย







ค่ำคืนแห่งความประทับใจ

พอถึง Ikebukuro แล้วผมจึงรีบเข้าที่พัก พอถึงที่พักแล้วก็มี รูมเมทชาวเกาหลีที่ตามผมมาทัน ผมจึงทักไปว่า "ทาไดมะ" และเราก็คุยกันถึงบรรยากาศคอนเสริ์ตในวันนี้ จากนั้นผมจึงอาบน้ำและออกไปกินข้าวที่ร้านคัตสึด้ง พร้อมกับชมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสื้อกัปปิของ Aqours ที่ไม่แตกต่างจาก เมื่อวานเลย คืนนี้ ก่อนจะพักผ่อน ผมได้เล่นเกมส์ Love Live School Idol Project Festival และจากนั้น ก็พักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้ ไปผจญภัย ที่ Akihabara ในวันถัดไป

ตอนที่ 1  การมาถึง และวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ2017

ตอนที่ 2 Panzer Vor !!!
ตอนที่ 3 Happy Party Train ส่วนที่ 1

Friday, November 3, 2017

รายงานการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์คนบ้าอนิเมะ ตอนที่ 2 Panzer Vor!!!

ยินดีต้อนรับวันท้องฟ้าสดใส
หลังจากผ่านพ้นวันท้องฟ้ามืดครึ้มไปแล้ว วันที่ 29 กันยายน 2560 เป็นวันที่ท้องฟ้าสดใส หลังจากที่ผมได้ Check Out ออกจาก Tobitaso แล้ว พี่ใจดีของโรงแรม ได้พาผมและแขกคนญี่ปุ่น อีก 1 คน ไปส่งยังสถานีรถไฟ Oarai เมื่อถึง สถานีแล้ว ผมก็ขอบคุณพี่ใจดี และ กล่าวอำลา แขกคนญีปุ่นที่ติดรถมากับผม
หลังจากนั้น ผมได้นำสัมภาระที่ติดตัวมา ไปฝากไว้ที่ตู้ Locker ในราคา 600 เยน และ จากนั้น ก็ได้เที่ยวชม ห้อง Information ของสถานีรถไฟ ที่ตรงข้ามกับ มินิมาร์ท สักพักหนึ่ง และในขณะเดียวกัน คุณป้าใจดีประจำห้อง ก็ได้มอบแผ่นกระดาษสำหรับ Stamp สาวน้อยรถถัง และ ถามผมว่า จะเล่น Challenge ใหม ซึ่งผมเองก็ตอบตกลง อย่างไม่ลังเล


แผ่นกระดาษสำหรับเก็บ Stamp ในการเล่น Challenge

Enter Enter Mission

แผ่นกระดาษสำหรับ Stamp จะมีช่องวงกลมอยู่ 8 ช่อง ให้เรานั้น Stamp รูปตัวละครตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ ผมเริ่มต้น  Stamp ตัวละคร Yukari เป็นอันดับแรก ที่สถานีรถไฟ Oarai และเดินออกจากที่นั่น เพื่อมุ่งสู่ Resort Outlet Oarai เพื่อเอารถจักรยานที่ผมได้จองไว้ เป็นจักรยานลาย Saori Takebe สีเหลิือง ขนาดที่นั่งพอดี พอไปถึง ผมเองก็กดกริ่งเรียกเจ้าหน้าที่ เพื่อติดต่อเช่าจักรยาน พร้อมจ่ายเงิน 1500 เยน และเมื่อได้จักรยาน ผมเองก็ไม่รอช้า ที่จะปั่นเพืิ่อเล่นเกมส์ Challenge เก็บ Stamp




จุดที่สองในการเก็บ Stamp คือ Oarai Hotel สำหรับเก็บ แสตมป์ Mako Reizei ผมเองได้ถ่ายรูปคู่กับแสตนด์น้อง Mako ที่จุดนี้ และจากนั้น ก็มุ่งหน้า ไปยัง Oarai Aquarium.



เมื่อผมไปถึง Oarai Aquarium ผมได้พบเจอกับรสบัสหลายคัน ที่พาเด็กนักเรียน มาทัศนศึกษา Aquarium แห่งนี้ ด้วยบรรยากาศที่ชวนชุลมุนวุ่นวาย ผมจึงถามเจ้าหน้าที่ เพื่อหาที่จอดจักรยาน ซึ่งอยู่ข้างทางเข้า Aquarium ใน Aquarium ผมเองได้ถามแม่ค้าขายของเกี่ยวกับจุด Stamp หลังจากนั้นผมจึง Stamp แล้วรีบออกมา เพื่อมุ่งหน้าไปยัง ศาลเจ้า ประจำเมือง Oarai ระหว่างทาง ผมเองได้แวะ Tourist Information เพื่อถ่ายรูปกับน้องสาวแว่น ในชุดนักเรียนของ โรงเรียน Oarai อีกด้วย

เมื่อถึงศาลเจ้าเมือง Oarai ผมจอดจักรยานพร้อมล็อคล้อ และกดตู้น้ำเพื่อซื้อน้ำดื่ม และพักผ่อนในบรรยากาศที่ร่มรื่น จากนั้น ผมก็เริ่มสำรวจและถ่ายรูป ที่บริเวณรอบศาลเจ้า

การพบปะอีกครั้งกับผู้ใหญ่ใจดี

เมื่อผมถ่ายรูปและเยี่ยมชมศาสลเจ้าได้สักพักหนึ่ง ก็มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมเองได้รู้จักและได้ติดต่อกับเขาเมื่อผมเที่ยวเมือง Oarai ครั้งแรกในเดือน มีนาคม ปี 2558 การสนทนาของผมและเขา เป็นการสื่อสารที่ถึงแม้จะคนละภาษา แต่ก็ยังเข้าใจในสิ่งที่พูดได้บ้าง ผู้ใหญ่ท่านนี้ขอนัดผมทานข้าว ที่ร้านอาหารอิตาลีกลางเมือง Oarai ที่ผมเคยหลงไปดูบรรยากาศ และได้พูดคุยจนรู้จักกันในปี 2558 หลังจากที่ผมได้เขีัยนป้ายคำขอพรแล้ว จึงมุ่งหน้า ไปยังร้านอาหารดังกล่าว

ในการนัดทานข้าวครั้งนี้ เราพูดคุยกันหลายเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง อนิเมะ และ จุด Stamp ตัวละครสาวน้อยรถถังใหม่ ๆ ที่เพิ่งมีหลังจาก Girls Und Panzer ออกฉายแล้ว เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว ผู้ใหญ่ท่านนี้นี้ก็พาผมไปร้านอาหารที่มี Stand Saori Takebe และผมก็ได้ Stamp พร้อมกับอุุดหนุนแฟ้มลาย Saori Takebe อีกด้วย

จากนั้นก็แยกย้ายกัน ผู้ใหญ่ท่านนี้ก็กลับไปทำงาน ส่วนผมก็ ดำเนินเก็บ Stamp ละครตัวที่เหลือต่อไป 



Mission Continue.

การเก็บ Stamp ตัวละคร ในเมืองนี้ การไปแต่ละจุดของ Stamp นั้น ผมอ้างอิงจากแผนที่ Stand ที่เตรียมไว้ ทุกจุดที่ Stamp นั้นจะเป็นห้างร้านหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันไป ได้ทำให้เราเรียนรู้ในเมืองนี้มีกิจการอะไรบ้าง และแต่ละจุด ก็มีการประดับรูปจากอนิเมะ Girl Und Panzer ไม่มากก็น้อย นอกจากจะได้รับความประทับใจ จากอนิเมะแล้ว ยังได้ออกกำลังกาย ด้วยการปั่นจักรยานอีกด้วย










Mission Completed.

เมื่อถึงเวลาเย็น ประมาณ 16.20 น. ผมได้นำรถจักรยานคืน และ รับเงิน 1000 เยน คืน หลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาของการ เยี่ยมชม Garupan Gallery ซึี่งอยู่ชั้นบน ของ Oarai Outlet Resorts ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ ผมประทับใจในสาว Maid ชุดสีเหลือง และ สิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้ Promote Girl Und Panzer ในเมือง Oarai ที่ผ่านมา ใน Gallery นี้ผมได้เปย์ ผ้าเช็ดตัว ลาย Nishizumi Miho และ ลูกอมกล่อง อลูมิเนียมอีกด้วย และยังไม่พอ ยังไปเปย์ ขนมที่ระลึก ที่ Oarai Marine Tower ซึ่งมีขนม มันจู  Sweet Potato และ Roll Cake สองพี่น้อง Nishizumi การเปย์ครั้งนี้ เสียมากกว่า 6000 เยน













แล้วเราจะพบกันใหม่

หลังจากที่เปย์เสร็จแล้ว ผมได้มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟ Oarai ในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เมื่อถึงสถานี ผมเองได้นำของออกจากตู้ ซื้อตั่วรถไฟไป Kashiwa และ เสี่ยงโชคทิ้งท้าย ด้วย 600 เยนเพื่อแฟ้มใสลายน้องปี 1 ทีมกระต่ายควงมีด 2 ครั้งจึงจะได้ลายน้อง Azusa Sawa ที่ผมชอบทีี่สุด จากนั้นจึงรอรถไฟ สาย Kashima-Rinkai Railway เพื่อมุ่งหน้าไป เมือง Mito เพื่อที่จะมุ่งสู่ Kashiwa และ Ikebukuro ด้วยรถไฟ สาย Joban Line ตามลำดับ


การเดินทางจาก Oarai ไป Tokyo.

Oarai Station ------ (Kashima Rinkai Railway Line) ----> Mito Station ----(Joban Line)-------> Nippori Station ------(Yamanote Line) ------> Tokyo Station.


ตอนทีั่ 1  การมาถึง และวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ2017

 

Thursday, November 2, 2017

รายงานการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์คนบ้าอนิเมะ ตอนที่ 1 การมาถึง และวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ

ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม ซึ่งแต่ละที่นั้นได้ถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งของฉากในอนิเมะหลายเรื่องที่ผมเองชื่นชอบ และด้วยความชื่นชอบที่ผมมี จึงได้ทำให้ผมตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นสไตล์คนบ้าอนิเมะ

การท่องเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้  ใช้เวลาประมาณ 10 คืน 11 วัน โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันทีี่ 29 กันยายน 2560 - 8 ตุลาคม 2560 ผมเองได้เที่ยวเมืองต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคตันโต และ ภูมิภาคคันไซ แต่ละพื้นที่นั้น ก็มอบเรื่องราวและความประทับใจที่แตกต่างกันไป จนผมอยากจะกลับมาเยือนอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

เมืองและสถานที่ที่่ผมไปเยี่ยมเยือนตามลำดับ

1.Narita , Chiba.
2.Oarai, Ibaraki.
3.Ikebukuro, Tokyo.
4.MetLifeDome, Saitama.
5.Akihabara, Tokyo.
6.Yokosuka, Kanagawa.
7.Numazu, Shizuoka.
8.Onomichi, Hiroshima.
9.Takehara, Hiroshima.
10. Kyoto.

อนิเมะที่ผมไปตามรอยตามลำดับ

1.Girls Und Panzer - Oarai Ibaraki





2. 2nd Live Happy party train concert at MetLifeDome, Saitama.




3. Love Live School Idol Project - Akihabara, Tokyo.


4. High fleet School girl (Hai Furi) - Yokosuka, Kanagawa.

5. Love Live School Idol Project Sunshine - Numazu, Shizuoka.


6. Tamayura Hitotose - Onomichi, Takehara Hiroshima.
7. Inari Kon Kon Koi Iroha - Inari ,Kyoto.

8. Hibike Euphonium - Uji, Kyoto.

เดินทางสู่ญี่ปุ่น

การเดินทางสู่ญี่ปุ่นครั้งนี้ ผมเดินทางด้วยสายการบิน Thai Air Asia X เที่ยวบิน XJ 606 จากสนามบินดอนเมือง  สู่สนามบิน นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยตั๋วที่ผมทำการจองไว้ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ในราคา 4190.00 บาท  ในตอนเช้าของวันที่ 27 กันยายน 2560 และถึงเมื่อตอนเย็นในวันเดียวกัน  เมื่อลงจากเครื่องบินแล้ว ผมก็ต้องเดินเท้าไปยัง ต.ม. ซึ่งน่าจะใกลจากเครื่องบินกว่า 500 เมตร พอถึง ต.ม. ปรากฏว่าคนเยอะมาก ซึ่งมาจากหลายประเทศ พอผมผ่าน ต.ม. แล้วก็ไปยังสถานีรถไฟ สนามบิน นาริตะ และเดินทาง ไปเมือง Narita  ด้วย รถไฟสาย Keisei-Line จาก Narita Airport Station  ถึง Keisei-Narita Station เมื่อถึงเมือง Narita  แล้ว ก็เดินทางไปยังที่พัก International Guesthouse Azure Narita ซึ่งเป็น Guesthouse ใน Apartment ห่างจากสถานีรถไฟ ประมาณ 800 เมตร ผมใช้เวลาพักที่นี่ประมาณ 1 คืน และ Check Out โดยไม่ได้บอกกล่าวผู้ดูแล ในวันถัดไป 
สนามบิน นาริตะ
เมือง นาริตะ

Panzer Vor เมื่่อวันฝนตก
วันที่ 28 กันยายน 2560 ผมตื่นเช้าในวันที่ฝนตก การเดินทางออกจาก International Guesthouse Azure Narita นั้น ลำบากเป็นอย่างมาก และต้องซื้อร่มจากร้าน Family Mart ที่อยู่ข้างเคียง เพื่อที่จะใช้เดินไปยังสถานีรถไฟ JR Narita ได้ เมื่อถึง JR แล้ว ผมตัดสินใจซื้อตั๋วเพื่อไปสถานี Kashima ซึ่งเป็นสถานีเดียวที่พาผมไปถึงเมือง Oarai เพื่อตามรอยอนิเมะ สาวน้อยรถถัง Girl Und Panzer ได้

การเดินทางจาก Narita ไปถึงสถานี Kashima ได้นั้น จะต้องเปลี่ยนขบวนที่ สถานี Katori เพื่อรอรถไฟสาย Kashima Line เมื่อผมถึงสถานี Katori ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่นแล้ว ผมต้องรอรถไฟขบวนถัดไป จนถึงเวลา 12.24 น. เมื่อขบวนรถไฟมาถึง  ผมจึงไม่รอรีที่จะขึ้นไปนั่งอย่างสบายใจ  เส้นทางที่รถไฟแล่นผ่านนั้น จะผ่านสวนดอกไม้ และ ทะเลสาบ ซึ่งเป็นทิิวทัศน์สวยงามมาก ผมใช้เวลาโดยสารรถไฟขบวนนี้ 20 กว่านาที พอถึงสถานี Kashima ผมก็ขึ้นรถไฟ ดีเซลราง สาย Kashima - Rinkai Railway เพื่อไปเมือง Oarai

การเดินทางจาก Narita ไปยัง Oarai

 Narita Station --- (Narita Line) -----> Katori Station ---(Kashima Line)----> Kashima Station -- (Kashima- Rinkai Railway Line) ---> Oarai Station


รถไฟสาย Kashima - Rinkai Railway เป็นขบวนรถไฟที่บริการในพิ้นที่ชนบทของเมือง Ibaraki เส้นทางรถไฟที่พาดผ่านนั้น เต็มไปด้วยบรรยากาศ สไตล์ชนบทของญี่ปุ่น ซึ่งถ้ามองเผิน ๆ แล้ว อาจจะไม่ต่างจากบ้านเรานัก แต่ละสถานีนั้น ใกลกันมาก ถ้าให้เทียบกันแล้ว ระยะทางเท่ากับ การเดินทาง จาก อำเภอ แม่จัน ไปยัง อำเภอ เมือง จังหวัดเชียงรายเลยทีเดียว ขบวนรถไฟ ผ่านไปอุโมงค์หลายจุด ในแต่ละจุดที่รถไฟแล่นผ่าน มันทำให้ผมระลึกถึงสถานที่ที่ผมเคยผ่านเมื่อตอนมาเที่ยวเมือง Oarai ในปี 2558 การเดินทางนี่้ผมใช้เวลา 1 ชั่วโมง
สถานีรถไฟเมือง Oarai

เมื่อถึงเมือง Oarai แล้ว ผมจึงยื่นตั๋วรถไฟที่มาจาก Narita และจ่ายค่าปรับ 1090 เยน ผมรีบออกจากสถานี และรีบเดินตรงไปยัง Resort Outlet Oarai เพื่อที่จะเอาจักรยานที่จองไว้มาปั่นเล่นรอบเมือง แต่น่าเสียดายที่วันนี้ฝนตก เลยหยุดให้บริการ และด้วยการที่ผมยังไม่ได้กินอาหารเช้า ผมจึงตัดสินใจ ไปยังชั้นบนสุดของ Oarai Marine Tower ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน Panzer Vor ภายในร้านนั้น ตกแต่งด้วยภาพการ์ตูนอนิเมะ สาวน้อยรถถัง Girl Und Panzer โดยเฉพาะ Rosehip สาวจากโรงเรียน St. Glorina เมื่อผมนั่งลงยังโต๊ะเรียนที่มีรถถังวางอยู่ ผมตัดสินใจสั่งอาหาร คือ ชา Dargeling และ แกงกะหรี่ของสาวน้อย Saori Takebe ที่ผมชื่นชอบนั่นเอง การกินอาหารเป็นไปอย่างผ่อนคลาย มีเสียงเพลงจากอนิเมะกล่อม พร้อมกับชมวิวเมือง Oarai และก็มีลุกไปถ่ายรูปบรรยากาศรอบร้านบ้าง ผมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงกินข้าวพร้อมดื่มชาเสร็จ จึงตัดสินใจไปที่พัก ด้วยการนั่งรถบัส จาก ตัวเมือง Oarai ไปยัง ที่พัก

ภาพบรรยากาศภายในร้าน Panzer Vor ณ Oarai Marine Tower.












ผมใช้เวลารอรถเมล์นานมาก จึงตัดสินใจเดินไป แต่โชคดี มีคุณป้าที่ขับรถมา พาผมไปส่งยังที่พัก คุณป้ากับผม คุยกันระหว่างทาง ด้วยความรู้ภาษาญี่ปุ่นของผม ที่มีอยู่น้อยนิด เมื่อถึงที่พักแล้ว ผมก็ขอบคุณ คุณป้าคนนั้นเป็นคนที่ผมประทับใจไม่รู้ลึม ที่พักคือ Tobitaso ผมได้เช็คอิินแล้ว รับเข็มกลัดน้อง Saori Takebe พร้อม ผ้าเช็ดหน้าลายสาวน้อยรถถัง 1 ผืน ในวันที่ 28 กันยายนนี้ ผมไม่ได้ออกไปใหนเลย นอกจาก นอนในห้อง และออกไปซื้อโซบะ ที่ 7-11 ที่อยู่ใกล้ ๆ 
 
การอาบน้ำใน Tobitaso เป็นการอาบน้ำแบบญี่ปุ่น ซึ่งผมต้องเข้าไปตอนดึกมาก และ ต้องรีบอาบให้เสร็จ เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็น เพราะผมเองมาจากประเทศที่คนมักไม่รวมอาบน้ำกับคนอื่น

สี่งที่ต้องเตรียมก่อนไปเมือง Oarai :
1. ถ้าต้องการใช้จักรยาน ลายสาวน้อยรถถัง  จองได้ที่ : http://rmat.jp/a/d/2037682
สามารถเลือกว่า จะเอาเป็นตัวละครอะไร  สามารถเช่าได้ทั้งวัน ค่าเช่า 500 เยน มัดจำ 1000 เยน (ค่ามัดจำจะคืนให้เมื่อคืนจักรยาน)

2. กระดาษเปล่า อย่างน้อย 4 ใบ เพราะแต่ละจุด จะมีตรายางหน้าตัวละครให้ปั้ม

3. แผนที่ Stand ตัวละคร : Download ได้ทีั่ http://www.oarai-info.jp/girls-und-panzer/Hide-and-seek_map-l.pdf

Website oarai Girl Und Panzer : http://www.oarai-info.jp/girls-und-panzer/